WoW - How hard can I be?

posted on 08 Jan 2008 19:17 by babygebgeb

ไปโรงเรียน เรียนทั้งวัน ยังต้องกลับมาปวดหมองกับกวดวิชา

เอาง่าย ทุกวันนี้มีกวดวิชามากเหลือเกิน

เกินกว่าจะตัดสินใจได้ว่าจะเรียนที่ไหน

ก็อย่างว่าเรียนหนังสือมาแล้วตั้งกี่ปี ต้องยอมรับว่า

ต้องมีไปเรียนพิเศษทุกปี เรียนทุกวันจันทร์ถึงศุกร์

ไม่เว้นแม้กระทั่งปิดเทอม T_T จะทำไงได้ละ

ก็สังคมมันพาไปนิ (จริงๆก็อยากคิดอย่านี้)

แต่ก็นั่นแหละครับ เมื่อเรียนในห้องไม่เข้าใจ

ก็ต้องหาที่เรียนเพิ่ม เสริมประสบการณ์ 

เหมือนเก็บเวลในเกมส์ออนไล ที่ต้องเล่นบ่อยๆเวลถึงจะสูง

ที่นี้ลองมาคิดดูเล่นๆนะครับว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น

 

ที่แน่น ข้อแรกขอยกให้กับ อาจารย์ทั้งหลายในโรงเรียน

ไม่ได้ว่านะครับแต่บางทีมันก็คับอกคับใจเหมือนกัน

อาจารย์บางคนแค่เดินเข้ามา ลอกหนังลงกระดาน

แล้วให้นักเรียนลอกจากกระดานลงสมุด

แล้วนักเรียนจะเข้าใจมั้ยคราบ อธิบายก็วนไปมา

บางคนขนาดงานยังไม่ตรวจเลยบอกว่าเสียเวลาเขา

ซีหลอกเฉลยมาแจกง่ายกว่าเยอะ  อารายประมานนั้น

 

ข้อสองคงยกให้ระบบการศึกษาของประเทศ

ที่ท่านนักวิชาการทั้งหลายระดมสมองคิดพิจารณาออกมา

เพื่อให้ผู้ใหญ่และผู้มีเงินทั้งหลายได้ประโยชน์

ตั้งแต่ยกเลิกEntrance ระบเดิมก็เปลี่ยนระบบมโดยตลอด

หมือนกับทดลองไปเรื่อยๆจนกว่าจะพอใจเขา

ก็อย่างว่านะครับเขาพยามบอกว่าจะทำอย่านี้ อย่าโน้น

แต่ในที่สุดมันก็ไม่ดีไปกว่าเดิมมากเท่าไร ดีไม่ดีแย่ลงอีก

คิดดูนะครับ เขาบอกว่าจะทำให้นักเรียนเครียดน้อยลง

จะทำให้กวดวิชาน้อยลง แต่สุดท้ายคำพูดพวกนั้นกลับกันหมด

ตั้งแต่ นักเรียนจะต้องเครียดวางแผนการอ่านหนังสือแล้ว

ยังต้องมานั่งกังวลเกรดในห้อง และยังต้อง

คุณสมบัติทั้งหลายของแต่ละสถาบัน +คณะต่างๆ

ไหนจะGPA ไหนจะหน่วยกิจวิทย์ คณิต

ยุ่งวุนไปหมด ยังไม่รวมต้องมานั่งฟังข่าวการศึกษา

รับฟังสัดส่วนอันยุ่งวุ่นวายในแต่ละปีที่ไม่เหมือนกัน

วุ่ยวายกว่าเดิมชัดๆ

กวดวิชาก็ไม่น้อยลงเลย มากขึ้นอีกต่างหาก

ทุกวันนี้มี กวดผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดดังบ้างไม่ดังบ้าง

กรุงเทพก็เยอะหน่อย ทั้งสยาม และบริเวณรอบๆ

 ต่างจังหวัดก็มีเพิ่มมากมาย

เอาเป็นว่าผมแค่อยากรู้ว่าหลักสูตรนี้

ตั้งใจลดหรือเพิ่มกวดวิชากันแน่

(บอกไว้สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่า ครอสเอ็น

ราคาวีดีโอที่4000-5000บาท สอบกันอย่าน้อย5วิชา

คิดเอาเองแล้วกันเอ็นทีหนึงเสียตังกี่บาท)

 

ข้อสามยกเป็นข้อสุดท้ายเพราะแก้ยากสุด

เป็นขอสังเกตุของตัวผมเองในช่วงเวลาปีสองปีมานี้

(ง่ายๆก็คือตั่งแต่เริ่มต้องมานั่งทำโจทเอ็น)

คนไทยให้ความสำคัญมากกับการที่จะต้องจบปริญา

อันนี้พูดถึงคนสังคมเมืองรวมๆนะครับ

ทุกคนเกิดมาด้วยความคิดว่าถ้าไม่ถือปริญาซักใบนี้

ชีวิตก็คงไม่ประสบความสำเร็จ อย่าน้อยก็พ่อ แม่นี้แหละปลูกฝัง

ลองถามตัวเองดูนะครับว่าตอนม.สาม

พ่อแม่บอกว่าอะไร "ไปต่ออาชีวะเถอะลูก" หรือ

"ไปเรียนสายวิทย์ โรงเรียนดังๆนะ" แล้วอีกสามปีต่อด้วย

"ตั้งใจอ่านหนังสือสอบเข้าแพทย์ วิศวกรรม สถาปัต"

แน่นอนคุณๆก็คงจะเจอแบบที่สองแบบที่ผมเจอในวันนี้

 

ก็นั่นแหละนะ สังคมมันก็คือการอยู่รวมกันของผู้คน

อาจมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย สำหรับผมเรื่องนี้วันนี้ผมอาจจะยังไม่เห็นด้วย

และยังไม่เข้าใจมัน ก็คิดแบบที่ผมคิด บางทีซักวันผมอาจมองมันในมุมที่แตกต่างออกไปก็ได้ ใครจะรู้ละครับ

์New Day - New Year

posted on 07 Jan 2008 19:45 by babygebgeb

จริงแล้วมันก็ไม่มีอะไรมากก็แค่ปีหนึ่งปีที่ผ่านไป

ผมได้เรียนรู้อะไรมากมาย

แต่สิ่งเหล่านั้นกลับไม่เคยออกมาจากตัวผมเลย

ก่อนอื่นผมขอแนะนำตัวก่อน

 

อืม....

ผมจะเริ่มยังไงดีละ

เอาเป็นผมเป็นเด็กมัธยมปลายคนหนึ่ง

คนที่ไม่มีอะไรเลย ก็แค่เด็ก

(ไม่รู้จะเขียนวนไปมาทำมัย)

ผมเคยไปอยู่อเมริกามาปีนึง

ง่ายๆคือไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่นู่น

และนั่นแหละจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

 

สำหรับบล๊อกนี้ผมรู้จักมันมานานแล้ว

ตั้งแต่หน้าตายังไม่สวยงามขนาดนี้เลย

เขียนเล่นๆขำๆ มีคนมาดูบ้างไม่มีบ้าง

แต่มันเหมือนความสุขที่ได้พยามถ่ายทอดอะไรซักอย่างออกมา

ดีกว่าเก็บมันไว้คนเดียว

 

ส่วนที่เกี่ยวกับอเมริกาก็คือ

ผมได้เรียนรู้ที่จะคิดแบบนอกกรอบ

แต่ไม่ไร้สาระ 
จริงๆแล้วตอนแรกผมเรียกมันว่าขวางโลก

 แต่ยิ่งเรียนรู้มันเท่าไร่ยิ่งรู้สึกถูกชตากับมันเท่านั้น

 

ขวางโลกในที่นี้ของผมจะหมายถึง

การที่คิดและดูสิ่งต่างๆต่างจากการแค่มองดูมัน

แต่เป็นการคิดเหมือนรายการจุดเปลี่ยน

คิดว่ามันมันได้อะไร และเสียอะไรจากมัน

 จากนั้นผมก็เริ่มที่จะคิดมาก มากขึ้น  และ มากขึ้น

มากจนเหมือนขยะกองโตในสมอง

ที่ไม่มีที่ระบาย จะขุดหลุมฝังก็คงไม่ใช่ความคิดที่ดี

เลยเอามา ปลดปล่อยที่นี่ดีกว่า

 

ตั้งแต่ผมเริ่มชอบความคิดแบบนี้ก็เริ่มหา

คน บุคคล หนังสือ ภาพ เพลง และอื่นๆ

ที่มีความคิดแบบเดียวกัน

ตั้งแต่ หนังสือของสำนักพิม A BOOK หรือ 

นิตยสาร ADBUSTER (ดูเป็นครั้งคราวไม่มีตังค์ซื้ออ่าน)

เพลง Where is love? ของใครนี่แหละ ลืมแล้ว

 

เรื่องราวส่วนใหญ่ที่จะเขียนต่อไปนี้คงเป็นเรื่องที่เจอและที่ผมคิด ที่ผมอยากเล่าให้ฟังจากใจ

ไม่จำเป็นที่จะต้องเห็นด้วย ไม่ได้เรียกร้อง ไม่ได้ต้องการความสนใจ แค่อยากเล่าให้ฟัง

ถ้าไม่ชอบก็ลืมซะ ถ้าชอบก็เก็บไว้ในใจ(จริงเล่าต่อก็ได้ไม่ว่า) 

อยากบอกแค่ว่าผมเป็นเพียงแค่เด็กวัยรุ่นอากรู้ อยากลอง อย่าว่ากันเลยไม่ชอบก็บอกกันดีๆจะลบให้